แนะนำหนัง

SPIDER-MAN: NO WAY HOME เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สาวกมาร์เวลควรดู เพราะสนุกและมีหลายฉากหลายคนน่าสนใจสุด ๆ นอกจากนั้นเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนพูดตรงกันว่าเหนือความคาดหมาย ถึงแม้ว่าภาคนี้จะไม่ชายที่มีชื่อของ โทนี่ สตาร์ค ปรากฏตัวออกมาก็ตาม แต่ความสนุกยังรับประกันว่าดี เพราะเป็นหนังจากค่ายหนังชื่อดังอย่าง มาร์เวล (MARVEL) ดังนั้นจึงวางใจได้ว่าทุกนาทีที่นั่งดูหนังไม่มีคำว่าผิดหวังแน่นอน ถึงแม้ว่าความยาวของหนังจะกินเวลามากกว่า 120 นาที ก็ตาม

แนะนำหนัง

https://www.pinterest.com/pin/795307615454683543/

สิ่งที่ควรรู้ก่อนดู SPIDER-MAN: NO WAY HOME

ก่อนไปดูหนังสิ่งที่เราสามารถรู้ได้ก่อน เพื่อเพิ่มอรรถรสให้การดูหนัง SPIDER-MAN: NO WAY HOME สนุกมากขึ้น หรือบางคนอาจจะไม่ถึงขั้นต้องงงมากเกินไป เนื่องจาก หนัง ใหม่ ล่าสุด เรื่องนี้มีการพูดถึงตัวละครในอดีต ดังนั้นการหาข้อมูลเตรียมไว้ก่อนจึงไม่ใช่เรื่องแปลก และภาคนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่สมควรทำอย่างมาก โดยสิ่งที่ต้องทำการบ้านมาก่อนชมความสนุกจากหนังเรื่องดังของค่ายมาร์เวลเรื่องนี้คือ 

หนังเรื่องนี้เล่าถึงเรื่องราววุ่นวายหลังการเปิดตัวของ สไปเดอร์แมน ว่าเป็นใคร 

บางครั้งการเปิดเผยตัวตนให้ทุกคนรู้อาจจะไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องและดีเสมอไปสำหรับเหล่าบรรดาฮีโร่ เพราะนำมาสู่เรื่องราววุ่น ๆ มากมายตามมา แถมปัญหาที่เกิดชึ้นยังทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ตั้งใจ หรือต้องการให้เกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ ทั้งนี้สำหรับเรื่องนี้ถือว่าไม่ทำให้งง แต่สำหรับบางคนที่ไม่ได้ดู SPIDER-MAN: NO WAY HOME ภาคอื่นมาก่อนอาจจะมีคำถามถึงตัวละครบางตัว 

เรื่องนี้มีความเกี่ยวโยงกับ ดร.สเตรนจ์ 

ใน SPIDER-MAN: NO WAY HOME จะมีตัวละครเพิ่มเข้ามาแต่ไม่ใช่ โทนี่ สตาร์ค หรือ “ไอรอนแมน” ซึ่งเปรียบเสมือนพ่ออีกคนของ “ไอแมงมุม” แต่เป็น “ดร.สเตรนจ์” ผู้สามารถร่ายเวทมนตร์ได้ทุกรูปแบบ และยังสามารถเดินข้ามกาลเวลาต่าง ๆ ได้อีกด้วย และเขาควรนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของเรื่อง ที่ทำให้เกิดเรื่องราววุ่นวายตามมา และต้องรอดูว่าเขาจะรับมือกับมันอย่างไร

แนะนำหนัง

https://www.pinterest.com/pin/481251910191174782/

การเล่าเรื่องของแตกต่างไปจากเดิม 

สำหรับเรื่องภาคนี้การเล่าเรื่องจะต่างไปจากเดิมชัดเจน เพราะเป็นการเล่าเรื่องแบบมัลติเวิร์ส หรือแบบ พหุจักรวาล หมายถึงการเล่าเรื่องในแบบที่กว้างกว่าเดิมนั่นเอง ซึ่งการเล่าเรื่องแบบมัลติเวิร์ส จะกลายเป็นแกนหลักสำคัญของ SPIDER-MAN: NO WAY HOME เพราะจะเล่าถึงความโกลาหลต่าง ๆ ที่เหล่าบรรดาฮีโร่ทุกคนในอาณาจักรมาร์เวลต้องรับมือให้ได้เป็นลำดับต่อไป โดยตอนนี้ทางด้าน มาร์เวล เลือก ไอแมงมุม หรือสไปเดอร์แมนรับมือเป็นอันดับแรก ผ่านการเล่าเรื่องไม่เหมือนใครชวนให้ หนังน่าติดตาม สุด ๆ 

แนะนำหนัง

https://www.pinterest.com/pin/37084396923481467/

ความคิดความอ่านที่โตขึ้นของ ปาร์คเกอร์ 

จากเดิมในภาคก่อน ๆ เราจะเห็น ปาร์คเกอร์ ในมุมของเด็กหนุ่มที่อารมณ์ค่อนข้างวู่วาม เพราะด้วยนิสัยของเด็ก เลยยังไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลังเท่าไหร่นัก แต่สำหรับภาค Spider-Man: No Way Home เขาเติบโตขึ้นมาก และมีความคิดเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แต่การคิดเป็นผู้ใหญ่ของเขาในเรื่อง จะช่วยให้ความวุ่นวายจากการตัดสินใจของเขา จนเกิด มัลติเวิร์ส สามารถจบลงด้วยดีลงได้อย่างไร 

จุดเด่นของหนัง SPIDER-MAN: NO WAY HOME

หนังใหม่ เรื่องนี้จะเน้นเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงของ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ที่จะโดดเด่นมากขึ้น แต่จะมี ดร.สเตรนจ์ เข้ามาเพิ่มเติม ช่วยให้หนังมีเรื่องราวในแบบที่น่าสนใจและมีเรื่องเล่าที่ต่างกันออกไป รวมถึงการบอกเล่าถึงการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ของ ปาร์คเกอร์ หลังจากผ่านเรื่องราวสงคราม END CREDITS มาหมาด ๆ ดังนั้นแนะนำว่าหากใครยังไม่ได้ดูภาคนี้ หรืออีกชื่อว่า “FAR FROM HOME” ควรคลิกหาดูก่อน เพื่อความสนุกในการดูหนังแบบไม่ขาดตอน และเข้าใจว่าทำไม สไปเดอร์แมน ภาคนี้ถึงติดโผ รายชื่อหนังน่าดู

แนะนำหนัง

https://tasikmalaya.pikiran-rakyat.com/entertainment/pr-063339140/spider-man-no-way-home-membuat-green-goblin-lebih-jahat-dari-thanos

ความน่าสนใจของหนังเรื่องนี้ คือ 

การนำตัวละครของ ดร.สเตรนจ์ เข้ามาเสริม และนับว่าเป็นตัวละครที่จะช่วยเพิ่มความสนุกให้กับหนัง SPIDER-MAN: NO WAY HOME และเพิ่มเนื้อหาให้เข้มข้นมากขึ้น จนทำให้สาวกมาร์เวลอย่างเรา ๆ ไม่สามารถพลาดได้แม้แต่ช็อตเดียว เรียกได้ว่าเป็นการเล่าเรื่องที่สนุกมากจากผลงานการกำกับของ จอน วัตต์ส เมื่อเขานำเอาตัวร้ายเก่า ๆ ที่เคยต่อสู้กับพระเอกของเรื่องกลับมา จนเกิดคำถามขึ้นมาว่าพวกเขากลับมาทำไม นอกจากนั้นภาคนี้เป็นการปูเรื่องสู่หนัง DOCTOR STRANGE 2 ซึ่งเพิ่มระดับให้ หนังน่าดู เพิ่มขึ้นไปอีก 

เนื้อเรื่องสนุกประทับใจคนดูแน่นอน 

มาต่อกันที่เนื้อเรื่อง SPIDER-MAN: NO WAY HOME ต้องบอกว่าเป็น ภาพยนตร์ ต่างประเทศ ที่มีความประทับใจแน่นอน โดยเรื่องนี้จะพูดถึง ปาร์คเกอร์ ในช่วงวัย 17 ปี เมื่อเขาเลือกเปิดเผยตัวตนว่าเป็น สไปเดอร์แมน ซึ่งความคิดของเขามองว่าน่าจะเป็นเรื่องดีที่เขาเลือกเปิดเผยตัวเองให้ทุกคนรู้ว่าเขาคือใคร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงกลับไม่ได้ง่ายเลย เพราะความวุ่นวายและความโกลาหลเกิดขึ้นกับเขาและคนรอบตัวของเขาทุกช่วงเวลามากขึ้น และยิ่งไปกว่านั้นเขากลับโดนใส่ร้ายว่าเป็นคนฆ่ามิสเตริโอ 

แนะนำหนัง

https://www.quotidiano.net/magazine/spider-man-no-way-home-1.6726389

ดังนั้นในเวลานี้ต่อมาเขาจึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจาก ดร.สเตรนจ์ ทันที โดยสิ่งที่เขาต้องการคือ หวังให้ ดร.สเตรนจ์ ช่วยเขาย้อนเวลากลับไปในอดีต เพื่อทำให้ทุกคนลืมว่าเขาเป็นใคร แต่การย้อนเวลากลับเกิดความผิดพลาดขึ้นเมื่อระหว่างที่กำลังร่ายมนตร์ เกิด มัลติเวิร์ส ขึ้นมา ซึ่งทำให้ตัวร้ายที่เคยอยู่ในภาคต่าง ๆ กลับมาอีกครั้งทันที ไม่ว่าจะเป็น THE GREEN GOLIN รวมถึง DOCTOR OCTOPUS และ อิเล็กโตร ด้วยอีกคน ซึ่งจากเนื้อหาคร่าว ๆ ต้องบอกว่าเรื่องนี้สนุก จนถูกยกให้เป็น หนังน่าดู ช่วงนี้ ไปเรียบร้อยแล้ว 

แนะนำหนัง

https://www.pinterest.com/pin/25051341667288009/

นักแสดงคือจุดดึงดูดความน่าสนใจให้หนังมากขึ้น 

สำหรับนักแสดง SPIDER-MAN: NO WAY HOME แม้ว่าจะไม่มีบทบาทของไอรอนแมน เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เรื่องนี้ยังถือว่านักแสดงที่ร่วมถ่ายทอดบทละครเป็นนักแสดงมากฝีมืออยู่แล้ว ดังนั้นไว้ใจได้ว่าแต่ละตัวละครจะถูกถ่ายทอดออกมาอย่างดี ชนิดที่คิดว่าพวกเขาคือคนนั้น ๆ จริง ส่วนนักเตะแสดงหลัก ๆ ที่จะพูดถึงใน ภาพยนตร์ มีดังต่อไปนี้

  • ทอม ฮอลแลนด์ รับบทเป็น สไปเดอร์แมน, ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ 
  • เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบทซ์ รับบทเป็น ดร.สเตรนจ์ 
  • เซนตาย่า รับบทเป็น มิเชล เอ็มเจ โจนส์ 
  • เจคอบ บาตาลอน รับบทเป็น เน็ด ลีดส์ 
  • เมริซา โทเม รับบทเป็น ป้าเมย์ หรือ เมย์ ปาร์คเกอร์ 
แนะนำหนัง

https://kabarjoglosemar.pikiran-rakyat.com/hiburan/pr-733289623/link-nonton-spider-man-no-way-home-di-netflix-cek-infonya

สรุปท้ายบท 

สำหรับ SPIDER-MAN: NO WAY HOME ถือว่าเป็นหนังภาคต่อที่ภาคนี้จะเชื่อมโยงกับภาคเดิมอย่างชัดเจน โดยได้รับความสนใจทันทีที่มีกำหนดฉายในโรงภาพยนตร์ ซึ่งมีกำหนดฉายในไทยเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2021 หรือปลายปีที่ผ่านมา ท่ามกลางกระแสตอบรับอย่างดีของสาวกค่ายหนังมาร์เวลล์ โดยฟาดรายได้ไปแล้วถึง 1,632 ล้านเหรียญ ซึ่งการันตีว่าหนังเรื่องนี้สนุกและเป็น หนังดัง ที่ควรค่าต่อการดูอย่างมาก