ถ้าพูดถึง Jupiter’s Legacy ซีรีย์แนวซูเปอร์ฮีโร่ จัดว่าเป็นอีกเรื่องที่แฟน ๆ ซีรีย์สายฮีโร่ควรลองคลิกดู หลังจากออกตัวได้ดีและน่าประทับใจตั้งแต่ตอนแรก โดยซีรีย์เรื่องนี้จะมีทั้งหมด 8 ตอนด้วยกัน ซึ่งเล่าถึงเหล่าฮีโร่ที่ร่วมกอบกู้โลก และช่วยโลกจากเหตุการณ์ร้าย ๆ ต่างมากมายตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ยังมีสิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจคลิกดู Jupiter’s Legacy หรือชื่อไทยว่า “จูปิเตอร์ เลกาซี่” คือมีเนื้อหาเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของเหล่าฮีโร่ ซึ่งที่มาของเรื่องเริ่มมาจากผลงานของรุ่นพ่อและรุ่นแม่ที่ทำเอาไว้อย่างดี ดังนั้นเมื่อมาถึงรุ่นลูกจึงกลายเป็นประเด็นให้เกิดเรื่องราวต่าง ๆ โดยเฉพาะความกดดันที่มีต่อลูก ๆ ของพวกเขาทุกคน และความเกลียดชังที่ โคลอี้ มีต่อเหล่าซูเปอร์ฮีโร่ โดยเฉพาะ เชลดอน และ เกรซ พ่อและแม่ของเธอเอง ซึ่งมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าซูเปอร์ฮีโร่ เนื่องจากไม่มีเวลาให้เธอมากพอ เพราะให้ความสำคัญกับการปกป้องโลกมากกว่า ในขณะที่ทางด้าน แบรนดอน ผู้พี่กลับเป็นผู้ที่ได้รับคำบอกเล่าจากพ่อมาโดยตลอดว่า ยังไม่พร้อมรับงานปกป้องโลก ส่งผลให้เกิดความกดดันและปมต่าง ๆ ขึ้นมา

ทั้งนี้เรื่อง Jupiter’s Legacy ยังมีความน่าสนใจอีกอย่างหรืออาจจะบอกว่าเป็นจุดขายของเรื่องก็ว่าได้ นั่นก็คือชื่อของผู้กำกับ โดยเรื่องนี้ได้ สตีเวน เอส.ดีไนท์ มาทำหน้าที่ผู้กำกับให้ซีรีย์น่าสนใจมากขึ้น นอกจากนั้นยังเป็นงานเขียนจากผลงานของ มาร์ค มิลลาร์ นักเขียนคนดัง ซึ่งมีผลงานเด่น ๆ อย่าง Kingsman และ Kick-Ass แต่ถ้าพูดถึงภาพรวม เรียกได้ว่าเป็นอีกเรื่องที่ผู้ชมส่วนใหญ่มองว่ายังไม่ค่อยน่าสนใจมากพอ

ถึงแม้เป็นซีรีย์ฮีโร่ แต่ jupiter’s Legacy มีจุดอ่อนต้องปรับปรุงเช่นกัน

ถ้าพูดถึง Jupiter’s Legacy ซีรีย์แนวสีเทาของเหล่าฮีโร่ เรื่องนี้ยอมรับว่ามีข้อผิดพลาดหลายข้อ ถึงแม้ตัวละครจะมาจากปลายปากกาของนักเขียนคนดังก็ตาม โดยเฉพาะการเปิดตัวด้วยฉากต่อสู้ ซึ่งดุเด็ดเผ็ดมันมาก แต่หลังจากนั้นแทบไม่มีอะไรดึงดูดใจเลย ซึ่งหลายเสียงบอกไปในทางเดียวกันว่าแทบจะลืมไปเลยว่า นี่คือซีรีย์เกี่ยวกับซูเปอร์ฮีโร่ ที่ผู้ชมมักจะคุ้นเคยกับฉากต่อสู้ที่มีเกือบทั้งเรื่อง แต่สำหรับเรื่องนี้กลับมีฉากเหล่านี้น้อยมาก

อีกหนึ่งจุดอ่อนที่ Jupiter’s Legacy อาจจะลืมไปว่าต้องมีใน ซีรีย์แนวฮีโร่ คือ การเดินเรื่องควรน่าสนใจ และชวนตื่นเต้น อีกทั้งชวนให้น่าติดตาม ไม่ใช่น่าเบื่อจนอยากคลิกปิด ถึงแม้ทางผู้สร้างจะแก้ไขข้อนี้โดย คอยลำดับเหตุการณ์แบบสลับไปมาระหว่างพาร์ทอดีตและปัจจุบัน แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถดึงดูดใจคนดูได้เลย จากนั้นมาว่ากันด้วยเรื่องของพลังของตัวละคร ด้วยเหล่าฮีโร่มีมากเกินไป ส่งผลให้ไม่มีใครโดดเด่นหรือเป็นตัวดึงดูดให้น่าดูต่อไปได้

ทั้งนี้มาพูดถึงสิ่งที่น่าประทับใจของ Jupiter’s Legacy ซีรีย์เรื่องนี้คือ คอสตูมถือว่าสอบผ่าน เพราะทำชุดออกมาสวยและน่าสนใจดีมาก อย่างไรก็ตามซีรีย์เรื่องนี้แม้ว่าจะมีคนให้คะแนนในระดับกลาง ๆ หลังจากออกฉายมาตั้งแต่วันที่ 7 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา แต่ล่าสุดเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า Netflix ไม่อนุมัติให้สร้างภาค 2 ต่อ เนื่องจากภาพรวมแล้วจำนวนผู้ชมไม่มากพอ ทำให้กลายเป็นซีรีย์อีกเรื่องที่ยังมีปมต่าง ๆ ค้างคาใจของผู้ชมต่อไป ถึงแม้ภาคแรกจะปูทางว่าภาค 2 ต้องมาแน่นอนก็ตาม