ทันทีที่ Netflix กำหนดวันออกฉายของหนัง Lupin 2 ทำให้แฟน ๆ ของซีรีย์เรื่องตั้งใจรอคอยวันฉายจริงทันที เนื่องจากยังสนุกกับภาคแรก ซึ่งเพิ่งลาจอไปได้ไม่นาน โดยภาคแรกยอมรับว่าทางผู้สร้างทำไว้ดีมากทีเดียว นอกจากนั้นนักแสดงในเรื่องของสร้างความประทับใจให้แฟน ๆ ตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนสุดท้าย เรียกได้ว่าทำให้หลายคนคิดถึง อัซซาน ลูแปง สุด ๆ จนกระทั่ง Netflix ใจดีนำภาค 2 มาให้แฟน ๆ ได้ติดตามกันแบบไม่ให้ขาดตอนนาน ซึ่งผลที่ได้อาจจะแอบผิดหวังเล็กน้อย

เรื่องย่อ Lupin 2 ยังคงน่าติดตามและได้ลุ้นไปกับตัวละครในเรื่อง 

ในเรื่อง Lupin 2 หรือ ลูแปง 2 เนื้อเรื่องจะเข้มข้นมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว เนื่องจากนี้การกลับมาของภาค 2 นั้น จะเดินเรื่องให้ลุ้นหนักกว่าเดิม เพราะทางด้าน อัสซาน ลูแปง จะกลับมาพร้อมกับงานหนัก และการตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต เนื่องจากความตั้งใจแก้แค้นของเขาต้องแลกมาด้วยชีวิตเท่านั้น แต่ภาคนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เขาคนเดียวที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเดิมพันชีวิตครั้งนี้ แต่ลูกชายของเขาจะต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับความยุ่งยากอีกคน ทำให้เขาต้องวางแผนอย่างรอบคอบมากที่สุด เนื่องจากสิ่งที่เขาต้องทำคือการตามหาลูกชายให้เจอ หลังจากถูกลักพาตัวไป ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องต่อจากภาคแรกที่เขาตั้งใจตามแก้แค้น อูแบร์ เพลเลกรินี คนที่เขาเชื่อฝังใจว่า มีส่วนทำให้พ่อของเขาจากไปอย่างไม่ยุติธรรม และเป็นคนทำให้ชีวิตวัยเด็กที่สดใสของเขาต้องพังทลายลงอย่างราบคาบ

ขอบคุณภาพจาก moviewthai.com

โดยภาคนี้จะเป็นเหตุการณ์เชื่อมต่อจากภาคแรก มีประเด็นหลักคือการแก้แค้น และภาค 2 จะได้เห็นการชิงไหวชิงพริบของทุกฝ่าย นอกจากนั้นจะพยายามเล่าถึงปมหลังของ อัสซาน และจุดหักเหที่ทำให้เขามีชีวิตความเป็นอยู่แบบนี้ โดยยังคงเล่าถึงการเหยียดเชื้อชาติ เหยียดผิว รวมถึงความยุติธรรมของคนผิวสีที่ได้รับจากสังคมทุกระดับชั้น ซึ่งสามารถบอกเล่าได้ถึงปัญหาของการอพยพ หรือจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สะท้อนความจริงในสังคม ระหว่างคนผิวสีและผิวขาวได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามภาคนั้นยังมีจุดอ่อนในเรื่องของการเหยียดผิว เนื่องมีการนำเสนออ่อนกว่าภาคแรกมาก ทำให้รู้สึกเนื้อหาเบาไปจากเดิมเล็กน้อย ส่วนการเดินเรื่องเร็วมากเพราะมีเพียงแค่ 5 ตอนด้วยกัน แต่ถือว่าเป็นอีกเรื่องน่าสนใจและควรหามาดูอย่างมาก 

ขอบคุณภาพจาก playinone.com

หนังเด่นหนังดีที่มาแรงติดท็อปเท็นของเน็ตฟลิกซ์

ความโดดเด่นของ Lupin 2 จัดว่าเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรพลาด เนื่องจากภาคแรกเป็น ซีรีย์ติด 1 ใน 10 ใน Netflix มาแล้ว ยิ่งได้ โอมาร์ ซี รับหน้าที่เป็นตัวเอกของเรื่องอีกครั้ง ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจมากขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้คนดูอย่างเรา ๆ รู้สึกได้ว่าเขาคือ ลูแปง คนที่เจอกับมรสุมในชีวิตมากมาย จนต้องลุกขึ้นมาต่อสู้กับความอยุติธรรมทั้งหมดด้วยตัวเอง หลังจากถ่ายทอดตัวตนของ Lupin ผ่านสีหน้า แววตา และปฏิกิริยาทุกอย่างหมดจด ส่วนนักแสดงเด็กที่เข้ามามีส่วนเติมเต็มให้ภาค 2 ถือว่าทำได้ดีเช่นเดียวกัน เพราะสามารถถ่ายทอดอารมณ์ของปัญหาที่ตัวเอกของเรื่องได้เจอมาในวัยเด็กได้อย่างดี แต่ถ้าพูดถึงการพยายามสลับพาร์ทปัจจุบันและในอดีตยังทำได้ไม่เนียนมากนัก เพราะยังมีจุดที่ขาด ๆ เกิน ๆ หลายจุดด้วยกัน ซึ่งข้อนี้หวังว่าทางผู้สร้างและผู้กำกับน่าจะต้องนำไปพิจารณาเพิ่มเติมว่า ควรวางและลำดับเนื้อเรื่องอย่างไรเพื่อให้คนดูสนุก และคล้อยตามไปกับเรื่องราวทั้งหมดของซีรีย์ในภาค 3

ขอบคุณภาพจาก gourmetandcuisine.com

ทั้งนี้ถ้าพูดถึงภาค 3 ที่คาดว่าน่าจะมีออกมาให้แฟน ๆ ของพระเอก โอมาร์ ซี และ ลูแปง ได้ตามต่อคือ อาจจะมีประเด็นใหม่เพิ่มเติมเข้ามาให้ ลูแปง ต้องรับมือกับปัญหาปริศนาเพิ่มเติม ซึ่งต้องรอลุ้นกันต่อว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นกับ ลูแปง กันบ้าง  อย่างไรก็ตามอีกข้อที่ผู้จัดรวมถึงผู้กำกับอาจต้องคิดและต้องพยายามทำการบ้านเพิ่มเติมคือ การใส่ความน่าสนใจของเนื้อหาที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น เพราะเมื่อนำภาค 1 และภาค 2 มาเทียบกัน ยอมรับว่าภาค 1 ทำออกมาดีกว่ามาก ทั้งการเดินเรื่อง การเล่าความเป็นมาของเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ซึ่งทำได้น่าสนใจ รวมถึงมีความน่าตื่นเต้นสุด ๆ โดยเรื่องนี้สามารถติดตามได้ทาง Netflix ส่วนภาค 3 อาจต้องรอลุ้นกันว่าจะมีกำหนดฉายเป็นทางการเมื่อไหร่